สาเหตุของ ‘ไมเกรน’

โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบว่าประมาณร้อยละ 60-70 ของผู้ที่เป็นไมเกรน มีประวัติว่าพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่ามีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของระบบประสาทและหลอดเลือดในสมองเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองที่มีชื่อว่า ซีโรโทนิน หรือ serotonin (ซึ่งพบว่ามีปริมาณลดลงขณะที่มีอาการกำเริบ) และสารเคมีในสมองกลุ่มอื่นๆ

ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเส้นใยประสาทสมองเส้นที่ 5 ที่ เลี้ยงบริเวณใบหน้าและศีรษะ รวมทั้งทำให้หลอดเลือดแดงทั้งในและนอกกะโหลกศีรษะมีการอักเสบ และมีการหดและขยายตัวผิดปกติ หลอดเลือดในกะโหลกจะมีการหดตัวทำให้เปลือกสมองมีเลือดไปเลี้ยงน้อยลง ส่วนหลอดเลือดนอกกะโหลกศีรษะมีการขยายตัว ทั้งหมดนี้นำไปสู่อาการแสดงต่างๆ ของโรคไมเกรน เหตุกำเริบ ผู้ป่วยมักบอกได้ว่า แต่ละครั้งที่มีอาการปวดศีรษะจะมีสิ่งกระตุ้นหรือเหตุกำเริบชัดเจน ซึ่งแต่ละคนอาจมีเหตุกำเริบที่แตกต่างกันไป และมักจะมีได้หลายๆ อย่าง เหตุกำเริบที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่
มีแสงสว่างจ้าเข้าตา เช่น ออกกลางแดดจ้าๆ แสงจ้า แสงไฟกะพริบ แสงสีระยิบระยับในโรงมหรสพหรือสถานเริงรมย์ เป็นต้น
การใช้สายตาเพ่งดูอะไรนานๆ เช่น ดูภาพยนตร์ หนังสือ หรือกล้องจุลทรรศน์ เย็บปักถักร้อย เป็นต้น
การอยู่ในที่ที่มีเสียงดังจอแจ เช่น ตลาดนัด หรือเสียงอึกทึก (เช่น เสียงกลอง เสียงระฆัง)
การสูดดมกลิ่นฉุนๆ เช่น กลิ่นสี กลิ่นน้ำมันรถ กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสารเคมี ดีดีที ควันบุหรี่ เป็นต้น
การดื่มกาแฟมากๆ ก็อาจกระตุ้นให้ปวดได้
ยานอนหลับ เหล้า เบียร์ เหล้าองุ่น ถั่วต่างๆ กล้วย นมเปรี้ยว เนยแข็ง ช็อกโกแลต ตับไก่ ไส้กรอก อาหารทะเล อาหารทอดน้ำมัน ผงชูรส น้ำตาลเทียม สารกันบูด ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว (เช่น ส้ม มะนาว) ล้วนกระตุ้นทำให้ปวดได้
การอยู่ในที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เช่น อากาศร้อน หรือหนาวจัด ห้องที่อบอ้าว ห้องปรับอากาศเย็นจัด เป็นต้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth